Thermage หรือศัลยกรรมยกกระชับหน้า แบบไหนดีกว่าหากหน้าหย่อนคล้อยมาก

ในปัจจุบันเรื่องของใบหน้าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนให้ความสำคัญมากขึ้น ยิ่งตัวเลขของอายุเพิ่มมากขึ้น การดูแลตัวเองให้ดูอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ และส่งผลให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงใบหน้า การนวดยกยกกระชับ หัตถการต่างๆ รวมไปถึงการทำศัลยกรรมเพื่อดึงผิวหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้จะนิยมการศัลยกรรม แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ที่มาแทนที่การศัลยกรรมได้ โดยเป็นหัตถการที่ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งก็คือการยกกระชับโดยเครื่องเทอร์มาจ (Thermage) แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็มีส่วนที่เหมือน และแตกต่างกัน

ศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า

สำหรับเทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยจากวัยที่เพิ่มมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่นใบหน้า หางคิ้วจะตกลง หนังตาด้านข้างจะหนาขึ้น แก้มห้อยย้อย มุมปากตก ร่องแก้มลึก ผิวบริเวณคอหย่อน ริ้วรอยแห่งวัย ศัลยกรรมดึงหน้า จึงเป็นการผ่าตัดที่ช่วยแก้ไขใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น

วิธีการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า

การศัลยกรรม หรือการผ่าตัดดึงทั้งหน้า จะต้องเปิดแผลหน้าหูถึงหลังหู เปิดเลาะไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ แล้วแยกเอาผิวหนังชั้น SMAS ออกมา เพื่อดึงให้ตึงแล้วตัดส่วนเกินออก จากนั้นต้องเย็บให้ตึงที่สุด เพื่อให้ชั้นของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และผิวหนังตึงขึ้นตามชั้นของ SMAS จากนั้นจึงตัดหนังส่วนเกินในชั้นของเนื้อเยื่อ และผิวหนังออก แล้วจึงเย็บปิดแผล

วิธีการนี้จะช่วยให้ใบหน้าตึงกระชับได้ทันที ริ้วรอยดูลดลงอย่างชัดเจน และสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 5 ปี ตามสภาพผิวของคนไข้ รวมถึงการดูแลต่างๆ แต่ในการผ่าตัดต้องมีการดมยาสลบ เพื่อการเข้าผ่าตัดใหญ่ รวมถึงจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในบริเวณที่มีการผ่า จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น กลัวการผ่าตัด หรือมีภาวะที่เนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตมากกว่าปกติ หรือแผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)

Thermage (เทอร์มาจ)

Thermage เป็นนวัตกรรมตัวใหม่ที่ช่วยในการช่วยยกกระชับผิว และกระตุ้นคอลลาเจน ด้วยการยิงคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ลงไปในชั้นผิวหนัง ตั้งแต่ผิวชั้นบนจนถึงชั้นไขมัน โดยความร้อนจะไปทำให้ผิวเกิดการหดตัว ลดเนื้อไขมัน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้นได้ในระยะยาว 

การทำเทอร์มาจเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย เนื่องจากผ่านการรับรองมาตรฐานจาก US-FDA (องค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา) และอย. ประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อย ความถี่ของคลื่นวิทยุที่ใช้เป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมถึงไม่ส่งผลเสียในระยะยาว ในระหว่างที่ทำจะมีความรู้สึกร้อนสลับเย็นขณะทำการรักษา และหลังจากเสร็จจะเกิดการบวมแดงเล็กน้อยบริเวณผิว แต่จะหายภายใน 24 ชั่วโมง

Thermage เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหลวม เนื่องจากการสลายของคอลลาเจนในชั้นผิว
  • ผู้ที่มีไขมันบริเวณใบหน้า หรือร่างกายเยอะ
  • ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยเล็กๆบนใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า

โดย Thermage จะเข้ามาช่วยในส่วนของการปรับรูปหน้าให้เข้าที่ได้มากขึ้น เห็นผลตั้งแต่หลังทำเสร็จทันทีประมาณ 20-30% และผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี แต่สามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ ตามที่แพทย์แนะนำ เพราะว่าไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น รวมถึงไม่มีผลเสีย

ดังนั้น หากใบหน้ามีความหย่อนคล้อยเยอะ และกำลังตัดสินใจอยู่ว่าหัตถการใดที่เหมาะกับเรา จะต้องประเมินรูปหน้าของตัวเองก่อน เพื่อดูว่าเรามีปัญหาแบบใด และหาทางรักษาที่เหมาะสมกับรูปหน้าที่สุด คนไข้สามารถปรึกษากับทาง Esther Clinic เพื่อให้คุณหมอประเมินว่าวิธีใดที่จะเหมาะสำหรับตัวคนไข้ที่สุด โดยคุณหมอจะให้คำแนะนำแบบเคสต่อเคส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพึงพอใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published.